รกค้าง (Retained placenta)

posted on 22 Dec 2011 11:25 by anuratli  in DairyProduction
     รกค้าง (Retained placenta)
     สาเหตุของการเกิดรกค้าง
     .. เกิดจากการคลอดที่ผิดปกติ เช่น คลอดยาก คลอดก่อนกำหนด หรือแท้ง
     .. เกิดจากการอักเสบติดเชื้อของรก ซึ่งเกิดจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคแท้งติดต่อ
     .. มดลูกอ่อนล้า เนื่องจากสุขภาพแม่โคไม่สมบูรณ์ ขาดแร่ธาตุและวิตามินบางชนิด เช่น แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินดี
      อาการ
     .. เห็นรกห้อยผ่านออกมาจากปากช่องคลอด
     .. ระยะแรกโคจะไม่มีอาการป่วยหรือผิดปกติให้เห็น
     .. หลังจากนั้นมดลูกจะเกิดการติดเชื้อ เนื่องจากรกที่ค้างจะทำให้คอมดลูกปิดไม่สนิท ทำให้เชื้อโรคจากภายนอกผ่านเข้าไปสู่ตัวมดลูกได้
     .. รกที่ค้างในมดลูกจะเกิดการเน่าส่งกลิ่นเหม็น ซึ่งการเน่าจะก่อให้เกิดสารพิษในมดลูก ส่งผลให้โคมีไข้ ซึม ไม่กินอาหาร
     การป้องกันและการรักษา
     .. ล้วงผ่านทางช่องคลอด ปลิดโคตี้ลีดอน(Cotyledon) ของลูก ออกจากคารังเคิล(Caruncle) ของแม่ และค่อย ๆ ดึงออกมา
     การป้องกัน
     .. อาจฉีดอ๊อกซี่โตซิน(Oxytocin) 3-5 ml เข้ากล้ามเนื้อหลังคลอด 3-6 ชั่วโมง จะช่วยให้การขับรกดีขึ้น
     .. โคที่ใกล้คลอด ควรดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ ในช่วง 1 เดือนก่อนคลอด อาจช่วยได้โดยการฉีดวิตามิน เอ ดี อี และเพิ่มแร่ธาตุซีลีเนียมในอาหาร
     .. หลังคลอด แม่โคจะมีการเลียตัวลูกให้แห้ง การเลียตัวลูกของแม่โค เป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยให้ฮอร์โมนอ๊อกซี่โตซิน ถูกปล่อยออกมาจากต่อมใต้สมอง ซึ่งจะช่วยให้เกิดการขับรก ดังนั้น ลูกโคที่คลอดออกมา ผู้เลี้ยงควรปล่อยให้แม่โคได้เลียลูก จะช่วยให้การขับรกดีขึ้น
 

เสือภูเขา 2

posted on 21 Dec 2011 15:38 by anuratli  in Information
     การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาตนเอง ที่จะทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง พร้อมที่จะทำงานได้ทุกสถานการณ์ วันนี้ได้ค้นหาเรื่องจักรยานเสือภูเขา และได้ดูภาพการขี่จักรยานเสือภูเขาของนักจักรยานเสือแล้วน่าสนใจ แต่ต้องบอกว่าต้องผ่านการฝึกมาอย่างชำนาญถึงจะขี่แบบเขาได้ แต่ก็เป็นส่วนชี้ว่าทุกอย่างต้องผ่านการฝึกฝนไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม

การบำรุงรักษาเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแปลงพืชอาหารสัตว์
     เครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในฟาร์มส่วนใหญ่มีราคาแพง หากชำรุดเสียหายเกิดขึ้นย่อมจะเป็นการเปลืองงบประมาณของฟาร์ม และไม่ควรทำการซ่อมแซมต่อเมื่อได้เกิดข้อบกพร่องบางอย่างแก่เครื่องจักรแล้วเท่านั้น ควรป้องกันโดยการบำรุงรักษาเครื่องจักร อุปกรณ์และเครื่องมือเหล่านั้นให้สามารถใช้งานได้อย่างประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์ในการบำรุงรักษาเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแปลงพืชอาหารสัตว์
     การบำรุงรักษาเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์มีวัตถุประสงค์ดังนี้
1. เพื่อชะลอความเสื่อมสภาพของเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์
2. เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ในการซ่อมแซมในส่วนที่ชำรุดและส่วนที่เกี่ยวข้อง
3. เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานเนื่องจากอุบัติเหตุ
4. เพื่อลดเวลาสูญเปล่าเนื่องจากต้องหยุดทำงานเพื่อซ่อมแซม
5. เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการปฏิบัติงาน
ลักษณะของการบำรุงรักษา
     การบำรุงรักษาเครื่องจักร อุปกรณ์และเครื่องมือแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ
1. การบำรุงรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเสียหาย
2. การซ่อมบำรุงเมื่อเครื่องจักรอุปกรณ์ชำรุด
     ผู้ปฏิบัติงานฟาร์มควรมีแผนการบำรุงรักษาเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแปลงพืชอาหารสัตว์ โดยแบ่งเครื่องจักรฯ ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ ที่ใช้ประจำ เช่น รถเทรกเตอร์ รถลากจูง ฯลฯ เครื่องจักร ฯ เหล่านี้ต้องได้รับการดูแลตามระยะเวลาการปฏิบัติงาน เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันไฮโดรลิค น้ำมันเกียร์ ลมยาง น้ำในหม้อน้ำ น้ำกลั่นเบตเตอรี การอัดจารบี ฯลฯ
2. เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ ที่ใช้บางช่วงเวลา เช่น เครื่องตัดหญ้าเลี้ยงสัตว์ เครื่องหว่านปุ๋ยคอก เครื่องหว่านปุ๋ยวิทยาศาสตร์ เครื่องไถ พรวน รถอัดหญ้าแห้ง ฯลฯ เครื่องจักรฯ เหล่านี้หลังจากสิ้นสุดการใช้งาน ควรทำความสะอาด ตรวจสอบสภาพการทำงานของอุปกรณ์ อัดจารบี หากชำรุดหรือใช้งานไม่ได้ ควรทำแผนซ่อมบำรุง แล้วเก็บในที่ร่ม หากเครื่องจักรฯ ใดที่ต้องเก็บเป็นเวลานานๆ เช่นเครื่องอัดหญ้าแห้ง ควรใช้สามขายกให้ล้อยางพ้นจากพื้นดินจะเป็นการช่วยยืดระยะการใช้ยางได้

     หลังจากเตรียมดินเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การปลูก  ก่อนจะปลูกควรหาช่วงเวลาที่ฝนกำลังจะตกให้ชุ่มสักครั้ง โดยฟังจากพยากรณ์อากาศเป็นหลัก หากกรมอุตุฯ บอกว่าอีก 2-3 วันฝนตกแน่ให้รีบปลูกและวางแผนดังนี้

     1.ใช้เมล็ดพันธุ์ เช่นหญ้ารูซี (หญ้ากินนีสีม่วงเปอร์เซ็นการงอกต่ำใช้หน่อพันธุ์จะดีกว่า) การใช้เมล็ดพันธุ์ในการปลูก จะต้องวางแผนเรื่องการปลูกให้แม่นยำกับฝนที่จะตกมากลบเมล็ดพันธุ์ หมายถึงหลังเตรียมดินและพรวนเรียบร้อยแล้ว หากกรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศว่าพรุ่งนี้ฝนตกแน่ ให้ทำการหว่านให้เสร็จภายในวันนี้ โดยใช้เมล็ดพันธุ์ 2.5 กก./ไร่ ผสมกับปุ๋ยสูตร 15-15-15 จำนวน 5 กก./ไร่ ผสมคลุกให้เข้ากันหว่านให้เต็มพื้นที่ พยายามหว่านให้การกระจายสม่ำเสมอทั่วทั้งแปลงตามจำนวนพื้นที่ และไม่ต้องพรวนกลบ เมื่อฝนตกดินจะกลบเมล็ดพันธุ์ หากฝนตกก่อนที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์จะต้องรอฝนครั้งต่อไปแต่ต้องพรวนใหม่อีกครั้ง ดังนั้นการใช้เมล็ดพันธุ์ในการปลูกต้องอาศัยเทวดาด้วยนะ (เซ่นไหว้หัวหมูสัก 2 หัว พร้อมเหล้าสี 1 กลม)
     2. ต้นพันธุ์หรือท่อนพันธุ์ หญ้ากินนี (หน่อพันธุ์) หญ้าเนเปียร์ (ท่อนพันธุ์) หรือ หญ้าขน (ท่อนพันธุ์/ไหล) การปลูกค่อนข้างง่าย หากเป็นช่วงที่ฝนตกก่อนดินชุ่มก็ยิ่งดี (ฝนตกก่อนก็ปลูกได้เลยไม่ต้องพรวนใหม่)   
          ก.หญ้ากินนี ควรเลือกหน่อพันธุ์ที่ไม่แก่เกินไป โดยการแยกกอ (กอคล้ายตะไคร้) สับใบทิ้งให้เหลือประมาณครึ่งหนึ่งของหน่อพันธุ์ นำไปปลูกหลุมละ 2-3 หน่อ ระยะปลูก 75X75 เซนติเมตร กลบดินให้แน่นพอประมาณ
 
          ข. หญ้าเนเปียร์ ให้เลือกต้นพันธุ์ที่แก่พอสมควร สับท่อนพันธุ์ท่อนละประมาณ 3-4 ข้อ นำไปปลูกหลุมละ 2 ท่อน โดยใช้โคนปักเอียงลงดินประมาณ 45 องศา ระยะปลูก 1X1 เมตร ให้ข้ออยู่ใต้ดินลึก 1-2 นิ้ว กลบดินและเหยียบให้แน่น
 
          ง. หญ้าขน ควรเลือกท่อนพันธุ์ที่แก่จัด (การสะสมอาหารในท่อนพันธุ์มาก) อาจจะเกี่ยวหรือใช้เครื่องจักร Disc Mowers  ตัดแล้วนำไปหว่านในแปลง และพรวนกลบอีกครั้ง