Information

เสือภูเขา 2

posted on 21 Dec 2011 15:38 by anuratli  in Information
     การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาตนเอง ที่จะทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง พร้อมที่จะทำงานได้ทุกสถานการณ์ วันนี้ได้ค้นหาเรื่องจักรยานเสือภูเขา และได้ดูภาพการขี่จักรยานเสือภูเขาของนักจักรยานเสือแล้วน่าสนใจ แต่ต้องบอกว่าต้องผ่านการฝึกมาอย่างชำนาญถึงจะขี่แบบเขาได้ แต่ก็เป็นส่วนชี้ว่าทุกอย่างต้องผ่านการฝึกฝนไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม

การบริโภคเนื้อหมา

posted on 17 Aug 2011 09:33 by anuratli  in Information
    
     จากข่าวเมื่อวันที่ 10-11 สิงหาคม 2554 เกี่ยวกับการจับกุมการลักสอบส่ง..หมา..ออกจำหน่ายประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้คนรักสัตว์หดหู่ใจไปตามๆกัน จากภาพการขนย้ายหมาที่เราพบเห็นกันบ่อย การแลกหมาด้วยถังพลาสติกตามหมู่บ้าน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นปกติในบ้านเรา .. บางครั้งก็เป็นเรื่องที่เราก็ไม่เข้าใจว่า บางเวลาก็เป็นข่าว บางเวลาก็ถือว่าเป็นเรืองปกติ อะไรคือสิ่งถูกต้อง หรือขึ้นอยู่กับผู้บังคับใช้กฎหมาย ??????
      เอาละ..ความรู้สึกของชาวพุทธทุกคนคงเหมือนๆ กัน คือ สงสารเพื่อนสัตว์โลก เพราะหมาไม่ใช่เป็นสัตว์ที่เป็นอาหารของมนุษย์ หมาเป็นทั้งเพื่อน เป็นผู้ช่วยของผู้พิการ เป็นยามเฝ้าบ้าน หมายังเป็นผู้ช่วยทหาร ตำรวจในการปราบปรามฝูงชน ค้าหายาเสพติด พิสูจน์คนร้าย ตรวจจับการขนเงินผิดกฏหมาย ปัจจุบันทางการแพทย์ใช้หมาในการตรวจสอบการเป็นโรคบางชนิดเช่น เบาหวาน ฯลฯ  หมาเป็นสัตว์ที่มีความสามารถในการดมกลิ่นและแยกแยะได้เหนือกว่ามนุษย์มาก จากคุณประโยชน์เหล่านี้และความเป็นเพื่อน ทำไมถึงกินกันละ? ถ้าศึกษาความเป็นมาของการกินเนื้อสุนัขและชิ้นส่วนอื่นๆ แล้วนั้นพบว่ามีมานานเป็น 1,000 ปี มาแล้ว ทั้งกินเพราะถือว่ามีคุณสมบัติเป็นยา กินเป็นอาหารพิเศษ กินในยามฉุกเฉินเพื่อเอาชีวิตรอด .... แต่สิ่งที่สำคัญในฐานะที่เราเป็นนักผลิตสัตว์ ก็ไม่เห็นด้วยทั้งด้านวัฒนธรรม มนุษยธรรมที่เบียดเบียนสัตว์ที่เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ และมีประโยชน์หลายๆด้าน ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือโรคที่จะติดมาสู่ผู้บริโภค เพราะหมาไม่ได้เลี้ยงเพื่อบริโภค ไม่มีการตรวจสอบโรคติดต่อก่อนบริโภค จึงทำให้เสี่ยงต่อสุขภาพของตนเอง  จากข้อมูลพบว่าหลายประเทศในโลกนี้มีการกินเนื้อหมาอย่างกว้างขวาง เช่น จีน อิโดนีเซีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ ใต้หวัน เกาหลี สวิตเซอร์แลนด์ เวียดนาม โพลีนีเซีย และพื้นที่บริเวณขั้วโลก (ไซบีเรีย-อลัสการ์)
 

โควากิว, เนื้อวากิว

posted on 03 Aug 2011 13:55 by anuratli  in Information
     ช่วงนี้เราคงได้ยินชื่อวัวที่ไม่ค่อยคุ้นหู บางคนเรียก "โควากิว" บ้าง "เนื้อวากิว"  บ้าง วันนี้มาทำความรู้จักกันว่า วากิว คืออะไร สำหรับคนที่ชอบกินเนื้อวัว คงเคยได้ยินชื่อ "เนื้อโกเบ" หรือ "Kobe Beef" ที่สั่งตรงมาจากเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งร่ำลือว่าเป็นเนื้อชั้นเยี่ยมที่นุ่มน่ารับประทานมากๆ (ผมก็ยังไม่เคยลิ้มลองเหมือนกันนะ เขาเล่าว่า) ถึงขนาดได้ชื่อว่าเป็น "Queen of Beef" แต่สำหรับ "เนื้อมัตซึสะกะ" หรือ "Matsusaka Beef" ได้ชื่อว่าเป็น "King of Beef" ซึ่งเนื้อวัวทั้ง 2 ชนิดนั้นเป็นเนื้อ "วัวทาจิมะ" แต่เลี้ยงคนละที่กัน เนื้อโกเบนั้นเป็นวัวทาจิมะที่เลี้ยงที่เมืองโกเบ บนเกาะฮอนชู เขตเคนไซ (kansai Region) ส่วนเนื้อมัตซึสะกะนั้นเป็นวัวทาจิมะที่เลี้ยงที่เมืองมัตซึสะกะอยู่ทางตะวันออกของเมืองโกเบ ซึ่งความจริงแล้ววัวทะจิมะ เป็นวัวสายพันธุ์หนึ่งของวัวพันธุ์ "วากิว" (wagyu : wa แปลว่า ญีปุ่น gyu แปลว่า วัว) ซึ่งปัจจุบันมีด้วยกัน 4 สายพันธุ์หลัก คือ
     1. Japanese Black
     2. Japanese Brown
     3. Japanese Shorthorn 
     4. Japanese Polled
    ซึ่งเนื้อโกเบและเนื้อมัตซึสะกะ เป็นเนื้อจากโคสายพันธุ์วากิวสายพันธุ์  japanese blak ส่วนการเรียกว่า ทาจิมะ ก็เนื้องจากบรรพบุรุษของโคนี้มาจากสายพันธุ์ ทาจิริ หรือ ทาจิมะ
     Japanese Black  เป็นโคสายพันธุ์วากิวที่เลี้ยงกันกว่าร้อยละ 90 ในญีปุ่น เนื้อจะมีลายไขมันแทรกอยู่ทั้งตัว รสชาติถือว่ายอดเยี่ยม ให้รสสัมผัสดี มีความนุ่ม (หิว..จริงๆ) เดิมเลี้ยงกันอยู่ทั่วไปในภูมิภาค Kinki (Kansai) และภูมิภาค Chugoku
     Japanese Brown เรียกอีกชื่อว่า วัวแดง เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมของจังหวัดคุมาโมโต้และจังหวัดโคจิทางใต้ของญีปุ่น เป็นวัวที่ให้เนื้อที่มีรสชาติสัมผัสดี ไขมันต่ำ (ไขมันสูงสุดเพียง 12 %)
    Japanese Shorthorn  เป็นโคที่มีเนื้อจัดเป็นเนื้อไร้มัน มีไขมันต่ำ รสนุ่ม มีกรด Inosinic และ Glutamic สูง ซึ่งเป็นตัวช่วยทำให้เนื้อมีรสชาติดี นิยมเลี้ยงกันมากในแถบโทโฮขุ
 
 
    Japanese Polled  เป็นโคลูกผสมระหว่างพันธุ์ระหว่าง Japanese Black กับพันธุ์ Aberdeen Angus ทำให้เนื้อที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีกรดอะมิโนสูง รสชาติเยี่ยม มีความหวาน
     เนื้อวากิวลายหินอ่อน
    การวัดมาตรฐานของเนื้อมีเกณฑ์ 2 แบบ คือ
     1. Yield Grade วัดอัตราส่วนของโครงสร้างเนื้อเทียบกับน้ำหนัก มี 3 ระดับ ตั้งแต่ A-C
     2. Quality Grade วัดการแทรกตัวของไขมัน (ลายหินอ่อน) เป็นหลัก มี 5 ระดับ 1-5
     โดยรวมเนื้อวากิวคุณภาพจึงมี 15 ระดับ
     Standard Grading and Indicators
Yield Grade                        Quality Grade
                                   5     4     3     2     1
      A                           A     A     A     A     A
                                   5     4     3     2     1
      B                           B     B     B     B     B
                                   5     4     3     2     1
      C                           C     C    C     C     C
                                   5     4     3     2     1
     ด้วยเนื้อวากิวที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม จึงต้องผ่านขั้นตอนการเลี้ยงที่ละเอียดละออ สำหรับราคาก็ขึ้นกับคุณภาพของเนื้อ เอ้า..ลองสั่งกันมาชิม
 
ที่มา : Japan Meat Information Service Center
         Beef Cattle Association, National Association Promotion Fund
         Gyunikuland
         http://www.marumura.com/

ฝากถึงลูกศิษย์ทุกคน

posted on 25 Jul 2011 12:14 by anuratli  in Information
ผลการสอบครั้งที่ 1 เป็นไงบ้าง
     ยากเกินไปหรือเปล่า ??  หรือยังไม่ได้คิด ไม่เป็นไรการสอบครั้งนี้เป็นส่วนที่บอกเราว่าเราพร้อมสำหรับการวัดผลหรือไม่ หากครั้งนี้ไม่พร้อมแก้ตัวอีกครั้ง อาจารย์มักจะพูดกับพวกเราเสมอว่าพวกเราขาดอยู่สิ่งเดียวคือ "ความตั้งใจและความพยายาม" หากเรามี 2 ส่วนนี้ อาจารย์คิดว่าเราไม่ด้อยกว่าคนอื่นๆ นะ ขอเอากำลังใจช่วย ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ความพยายาม สักวันเราจะทำได้เหมือนที่คนอื่นๆเขาทำได้
ออต๊ะ...

การพัฒนาตนเอง

posted on 14 Jul 2011 09:50 by anuratli  in Information
การพัฒนาตนเอง .. สมิต อาชวนิจกุล
 
    
     วันนี้พอมีเวลาว่างเลยหยิบหนังสือมาอ่าน เป็นหนังสือที่ซื้อตั้งแต่ 22 ต.ค. 2544 เป็นเวลาถึง 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ล้าสมัยเลย ไม่ใช่มาขายหนังสือนะ และไม่แน่ใจว่ามีในท้องตลาดหรือไม่ แต่มีให้ยืมอ่านครับ วันหนึ่งได้ไปเดินที่ร้านหนังสือ เห็นที่มุมปกหนังสือพิมพ์ครั้งที่ 12 เลยคิดว่าต้องมีอะไรดีแน่ถึงพิมพ์จำหน่ายได้ถึงครั้งที่ 12 เลยซื้อมาทั้งภาค 1 และ 2 และได้เขียนไว้ให้ลูกว่า "สำหรับลูกเอ้-อุ้ย เพื่อการพัฒนาตัวเอง จาก พ่อ-แม่ 22 ต.ค. 44" วันนี้เลยจะมาเล่าสู่กันฟังอย่างน้อยน่าจะเกิดประโยชน์สำหรับลูกศิษย์ทุกคน เรื่องแรกของการพัฒนาตนเองคือการพัฒนาศักยภาพของร่างกายเราเองก่อน คืออนามัยของเรานั้นเอง
     อนามัย (Good Health)
     ต้องเป็นผู้ที่มีอนามัยที่ดี คือ ต้องมีลักษณะดังนี้
1. เป็นผู้ที่มีร่างกายปกติแข็งแรง
2. รูปร่างไม่อ้วนไม่ผอมเกินไป
3. สามารถทำงานได้วันละ 8 ชั่วโมง
4. ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
5. ถ้ามีโรคเกิด ก็มีภูมิต้านทานต่อสู้โรคได้มาก
     การจะมีอนามัยที่ดี ต้องมีปัจจัยเหล่านี้เป็นส่วนเสริมสร้าง คือ
1. อาหารเพียงพอและมีโภชนาการที่ดี
2. อากาศบริสุทธิ์เพียงพอ
3. พักผ่อนหรือนอนหลับเพียงพอ
4. ออกกำลังกายเพียงพอ
  ขอสรุปแค่นี้ก่อน พบกันคราวหน้า
ที่มา : การพัฒนาตนเอง สมิต อาชวนิจกุล 2544

กาลเทศะ

posted on 06 Jul 2011 15:36 by anuratli  in Information
     ย้อนไปเมื่อผมเป็นเด็กนักเรียนที่พอจะจำความได้ พ่อ แม่ หรือครู จะพูดย้ำนักย้ำหนาเรื่อง "กาลเทศะ" ตอนเรียนในมหาวิทยาลัย พี่ๆ ก็จะพูดเสมอว่าจะทำอะไรให้ดูกาลเทศะ ตอนผมเรียนในมหาวิทยาลัย ปี 2-4 การแต่งกายถือว่าอิสระมาก แต่ต้องสุภาพ คือกางเกงขายาวทรงสุภาพ เสื้อแขนยาวติดกระดุมทุกเม็ด สวมรองเท้าหนัง ไม่มีใครที่สวมรองเท้าแตะ เสื้อปล่อยชาย แม้แต่การเดินขึ้นอาคารเรียนก็ต้องรู้ว่าด้านไหนขึ้น ด้านไหนลง ไม่มีการเดินสวนทางลงมา หากมีใครที่ผิดปกติคนในสังคมจะมองแบบผิดปกติ แต่วันนี้ผมมาเป็นอาจารย์ผู้สอน สิ่งเหล่านี้หมดไปเรื่อยๆ สังคมมองเป็นสิ่งปกติ วันนี้เข้าสอนนักเรียนก็นั่งเคี้ยวหมากฝรั่งทั้ง 3 คาบเรียน ไม่ใช่คนเดียวด้วยมีถึง 2 คน จะทักในห้องสอนก็เกรงว่าจะอายกัน เลยมาเขียนลงในบล็อกให้อ่านกัน คือเราอยู่ในสังคมต้องรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ ทำเมื่อไร เวลาใด สถานที่ใด ฝรั่งเขาว่า "เวลาและสถานที่ (time & place)" เราเองก็ต้องรู้ในสิ่งเหล่านี้ก่อนออกไปอยู่ในสังคมที่ใหญ่ขึ้น พูดถึงการแต่งกายของนักศึกษา วันนี้มีอยู่กลุ่มใหญ่ๆ ที่แต่งกายผิดระเบียบ ไม่สุภาพ ก็ขอฝากให้พวกเราพิจารณาดูว่าควรจะเอาอย่างแบบใด ผมคิดว่าวัยวุฒิของพวกเราทุกคนหากมีสติในการคิดคงตอบตัวเองได้ว่าควรแต่งกายแบบใด หากยังคิดไม่ได้การศึกษาคงไม่สามารถพัฒนาตัวเราได้ คราวต่อไปจะเอามาเล่าให้ฟังกันอีก
 
     ประชาสัมพันธ์ข่าวถึงเพื่อนๆ ทุกคน ที่เรียนรายวิชาการผลิตโคนม (ปวส.) และวิชาการวางแผนการทดลอง (ปริญญาตรี) อาจารย์ได้วางแผนในการสื่อสารด้วยระบบ internet เพื่อให้พวกเราได้เข้ามาศึกษาด้วยตัวเอง และเปิดโอกาสการสืบค้นข้อมูลนอกเหนือจากรายวิชาของอาจารย์ ก่อนอื่นนักศึกษาต้องเตรียมตัวดังนี้
     1. ให้ขอสิทธิในการใช้ internet จากศูนย์วิทยบริการ พร้อม รหัสผ่าน
     2. สมัคร e-mail ของตัวเอง จะใช้ของ gmail, hotmail, yahoo, rmuti หรือของใครก็ได้
     ฝากถึงเพื่อนทุกๆ คน เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของเรา และกำลังเตรียมระบบการสอนด้วย LMS
                                    ผศ.อนุรัตน์ ลิ่มสกุล อาจารย์ผู้สอน