DairyProduction

ครั้งนี้จะพูดถึงการไถว่าจะเลือกผาลไถชนิดใด ปรับไถอย่างไรให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเตรียมดิน
     เมื่อเราต้องการจะปรับปรุงแปลงพืชอาหารสัตว์ใหม่ ในปีนั้นควรใช้ประโยชน์จากแปลงหญ้าให้เต็มที่ คือปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มหญ้าให้หมด หลังจากนั้นควรนำปุ๋ยคอกมาหว่านให้เต็มที่ เพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดินให้มากที่สุด ประมาณเดือนพฤษภาคม เมื่อฝนตกประมาณ 1-2 ครั้ง ดินมีความชื้นพอสำหรับการไถ (หากรอฝนตกหนักจะไม่สามารถไถพรวนได้ เพราะรถจะติดหล่ม) ข้อจำกัดในการทำงานช่วงนี้ นักปศุสัตว์ต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างดีมิฉะนั้นจะทำงานไม่ทัน นั้นคือในช่วงฤดูแล้งเครื่องจักรกลจะใช้งานน้อย ซึ่งเป็นโอกาสที่จะต้องซ่อมแซมและบำรุงรักษาให้พร้อมสำหรับการทำงานในฤดูฝนที่จะมาถึง เมื่อพร้อมที่จะลงมือไถ เราต้องเลือกชนิดของไถซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น
     1. ต้องการความลึกของหน้าดินการไถมากน้อยเท่าใด หากต้องการลึก ก็ควรเลือกไถผาล 3  หากเป็นผาล 4 ไถได้ตื้นกว่า และหากเป็นพื้นที่เก่าไม่มีตอไม้ หิน สิ่งกีดขวาง อาจใช้ไถหัวหมูซึ่งจะพลิกหน้าดินได้ดีกว่า
     2. ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ดินอัดแน่นหรือไม่ เช่นไม่เคยปรับปรุงมานาน อาจเลือกใช้ไถผาล 3 หรือ 4
     3. ชนิดของพืชที่ปลูก ต้องการความลึกในการเตรียมดินมากน้อยแค่ไหน
     4. ขึ้นกับขนาดแรงของรถแทรกเตอร์ด้วย ขนาดกลาง (40 แรงม้า) ขนาดใหญ่ (95 แรงม้าขึ้นไป)
     หมายเหตุ : ทั้งนี้การไถจะเป็นต้นทุนในการผลิต คือ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง หรือค่าจ้างไถ นั้นหมายถึงหากต้องการไถลึก ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงก็สูง และหากจ้างราคาต่อไร่ก็สูงขึ้น
ขั้นตอนในการไถ
     1. ไถดะ (การไถครั้งแรก) อาจใช้ไถหัวหมู หรือไถบุกเบิกผาล 3 หรือผาล 4 เป็นการไถเพื่อทำการพลิกหน้าดินและกลบวัชพืชหรือปุ๋ยคอกที่หว่าน การไถจะไถจากขอบแปลงโดยวนทวนเข็มนาฬิกา (ดินพลิกไปด้านขวามือ) รอบต่อไปให้ใช้รอยร่องไถเป็นแนว โดยให้ล้อหน้าและหลังด้านขวาของรถเข้ารอยร่องไถ จนกระทั่งมาสิ้นสุดกลางแปลง แล้วทิ้งไว้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อตากดินและปล่อยใช้วัชพืชเน่าสลาย
หมายเหตุ : การปรับตั้งไถเพื่อให้การไถดินได้ความลึกสม่ำเสมอให้ปฏิบัติดังนี้
     ก. วางไถและเลือกใช้เกียร์ที่เหมาะสม โดยการไถเปิดหน้างานก่อน เมื่อวนมาอีกรอบ (ล้อหน้าและหลังด้านขวาอยู่ในร่องไถ) ให้รถลากไถเป็นระยะประมาณ 4-5 เมตร แล้วหยุดรถไม่ต้องยกไถขึ้น
     ข. ผู้ความคุมรถลงจากรถและมองจากด้านข้างของไถสังเกตโครงไถ ต้องขนานกับพื้นดิน หากโครงไถด้านใดด้านหนึ่งไม่ขนานกับพื้นดินให้ปรับที่แขนกลาง หมุนเข้าแขนกลางจะดึงให้ไถด้านท้ายยกขึ้น หากหมุนออกแขนกลางจะยืดออก โครงไถด้านหน้าจะสูงขึ้น
     ค. จากนั้นเดินมาทางด้านท้ายของไถ มองที่กระโจมไถ ซึ่งขณะที่ล้อด้านขวาอยู่ในร่องไถ ตัวรถจะเอียง เราต้องปรับไถโดยให้กระโจมไถตั้งฉากกับพื้นดิน ทำการปรับที่แขนด้านขวาของรถแทรกเตอร์
     ง. จากนั้นทดลองไถไปอีกระยะหนึ่ง หากรถมีอาการปัด (ความรู้สึกรถจะดึงซ้ายหรือขวาด้านใดด้านหนึ่งขณะลากไถ ให้หยุดรถและทำการปรับตั้งไถอีกครั้ง หากปรับตั้งไถได้ถูกต้องจะส่งผลให้ไถได้ความลึกสม่ำเสมอ ผู้ควบคุมรถไม่เหนื่อยมากและที่สำคัญช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย
     จ. ความเร็วของรถในการไถขึ้นอยู่กับสภาพของดิน ความลึก ขนาดของไถ และกำลังของรถแทรกเตอร์ที่ใช้ฉุด แต่ควรใช้ความเร็วสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อใช้ความเร็วสูงไถจะพลิกดินได้ไกล การใช้ความเร็วต่ำเกินไปการพลิกดินไม่ดี เป็นเหตุให้ต้องใช้เครื่องมือในการเตรียมดินชนิดอื่นๆ อีกหลายครั้ง
     2. ไถแปร (การไถครั้งที่ 2) ใช้ไถผาล 6 (ใช้รถขนาดกลาง เช่น 45 แรงม้า) หรือ ผาล 7 (ใช้กับรถขนาดใหญ่ 95 แรงม้าขึ้นไป) เพื่อให้ดินละเอียดขึ้น การไถจะไถจากแนวกลางแปลงโดยวนตามเข็มนาฬิกา จนกระทั้งสิ้นสุดขอบแปลง เหลือขอบแปลงสักประมาณ 3 เมตร ไถปิดหัวงานรอบแปลงอีกครั้งหมุนวนตามเข็มนาฬิกา ทิ้งดินตากไว้อีก 1-2 สัปดาห์
     3. ไถพรวน ปกติจะเป็นพรวนเยื้อง มี 18-20 จาน ทำการพรวนจากกลางแปลง วนตามเข็มนาฬิกาเช่นเดียวกับไถแปร เมื่อถึงขอบแปลง พรวนปิดหัวแปลงอีกครั้ง
ขอขอบคุณ.. ผู้ให้คำแนะนำ
ผศ.สอนรินทร์  เรืองปรัชญากุล  สาขาเครื่องจักรกลเกษตร
ผศ.วิรัช  อนุชานุรักษ์                สาขาเครื่องจักรกลเกษตร
นายภูษิต เข้ากล้า                    เจ้าหน้าที่แผนกรถแทรกเตอร์
ภาพวิดีโอที่นำเสนอจาก เครื่องมือการเกษตรศรีกำแพงแสน เป็นส่วนที่แสดงถึงการไถและการพลิกหน้าดินของเครื่องมือ และการปรับไถที่ถูกต้องรถสามารถทำงานได้อย่างนิ่มนวล และการพรวน
 
อุปกรณ์ในการเตรียมดิน
     การเตรียมดินเป็นการปรับสภาพของดินเพื่อให้เหมาะสมกับการงอกของเมล็ด หรือการเจริญเติบโตของท่อนพันธุ์ เช่น การไถ การพรวน การย่อยดิน และการกำจัดวัชพืช เป็นต้น
     จุดประสงค์ในการเตรียมดิน
      1. เพื่อทำให้คุณสมบัติทางกายภาพของดินดีขึ้น เช่น เกิดช่องว่างในดิน อากาศและน้ำถ่ายเทได้สะดวก
      2. เพื่อกำจัดวัชพืช รวมทั้งทำลายไข่และแมลงที่เป็นศัตรูพืช
      3. เพื่อทำให้ผิวดินเหมาะสมกับการชลประทานและการระบายน้ำ
      4. เพื่อกลบและคลุกเคล้าพืชหรือปุ๋ยลงไปในดิน
      5. เพื่อทำให้จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตในดินมีกิจกรรมมากขึ้น
      6. เพื่อสงวนและรักษาหน้าดินไม่ให้เกิดการชะล้างและพังทลาย
     อุปกรณ์ในการเตรียมดินและการเลือกใช้ที่เหมาะสมสำหรับการทำแปลงพืชอาหารสัตว์
     ไถพรวน การเลือกใช้ไถพรวนแต่ละชนิด ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และสภาพดิน การเลือกใช้ชนิดที่เหมาะสม จะทำให้สามารถเตรียมดินได้ตามที่ต้องการและยังป้องกันการก่อให้เกิดความเสียหายของอุปกรณ์และเครื่องจักรอีกด้วย
     1. ไถหัวหมู (moldboard plow) เป็นเครื่องมือเตรียมดินขั้นที่หนึ่ง เป็นไถที่เหมาะกับพื้นที่ที่ปรับแล้ว เช่น แปลงหญ้าเก่าที่จะปรับปรุงใหม่ ไม่มีหิน รากไม้ ตอไม้ ซึ่งจะทำงานได้ผลดี
    
     2. ไถจาน (disk plow) บางครั้งเรียกว่า ไถบุกเบิก เพราะใช้ไถในพื้นที่ที่บุกเบิกใหม่ มีรากไม้ ตอไม้ หรือหินอยู่ในพื้นที่ หากไถโดนรากไม้หรือสิ่งกีดขวาง ผาลไถจะหมุนผ่านสิ่งกีดขวางได้ ซึ่งจะต่างจากไถหัวหมูที่ไม่สามารถผ่านได้ และความลึกของการไถจานจะลงได้ลึกกว่าไถหัวหมู แต่ไถหัวหมูจะพลิกดินได้ดีกว่า ไถจานที่นิยมใช้ทั่วไปในการไถบุกเบิกมี ผาล 3 หรือ ผาล 4 (จำนวนผาลที่น้อยจะสามารถไถได้ลึกกว่า)
    
     3. ไถแปร ยังเป็นเครื่องมือเตรียมดินขั้นที่หนึ่ง เพื่อให้ดินละเอียดยิ่งขึ้น หรือหากพื้นที่มีวัชพืชไม่มากนัก อาจเป็นการไถครั้งแรกก็ได้ โดยทั่วไปจะมีจำนวนผาล 6 หรือ 7
     4. ไถพรวน เป็นเครื่องมือเตรียมดินขั้นที่สอง ใช้สำหรับการย่อยก้อนดินให้ละเอียดขึ้น หรือตัดรากหญ้าต่างๆ จะมี 18 จาน หรือ 20 จาน หรือมากกว่านี้ อาจจะเรียงกันเป็นชุด จานไถจะมีรูปร่างกลมขอบเรียบหรือขอบหยัก หากมีจานขอบหยักประกอบด้วยจะอยู่แถวหน้าใช้ในการหยั่งดินได้ลึก
     การสร้างแปลงพืชอาหารสัตว์สำหรับโคนม
    
 
     อาหารหลักสำหรับโคนม คือ อาหารหยาบ และการทำแปลงหญ้าถือว่าเป็นต้นทุนค่าอาหารที่ต่ำสุด การสร้างแปลงหญ้าและการจัดการที่เหมาะสม จะทำให้สามารถใช้แปลงหญ้าอย่างคุ้มค่าที่สุด การสร้างแปลงหญ้าแต่ละครั้งควรใช้ได้ 6-8 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการแปลงหญ้า การจะสร้างแปลงหญ้าหรือปลูกหญ้าใหม่ มีปัจจัยหลายอย่างในการพิจารณาเลือกพันธุ์หญ้า (จะกล่าวเฉพาะพันธุ์หญ้าที่นิยมใช้ทั่วไป)
     1. จุดประสงค์ในการใช้ประโยชน์ ควรพิจารณาว่าแปลงหญ้าสำหรับใช้ตัดสดโดยใช้เครื่องจักร หรือใช้แรงงานเกี่ยว (แปลงหญ้าสวนครัว : backyard) หรือแปลงปล่อยแทะเล็ม
      แปลงหญ้าสำหรับใช้ตัดสดโดยใช้เครื่องจักร ควรเป็นแปลงหญ้าบริเวณรอบนอกของฟาร์ม เพราะใช้เครื่องจักรในการขนย้าย พันธุ์หญ้าควรใช้พันธุ์หญ้าที่ทนทานต่อการใช้เครื่องจักรเหยียบย่ำหรือตัด เช่น หญ้ารูซี่ หญ้ากินนี หญ้าขน สำหรับหญ้าเนเปียร์ไม่เหมาะสำหรับใช้เครื่องจักรในการตัดถึงแม้ว่าผลผลิตจะสูง เพราะเมื่อใช้เครื่องจักรลงตัดจะส่งผลคือจะมีหญ้าบางส่วนของกอตาย และเมื่อเข้าปีที่ 3-4 ผลผลิตเริ่มต่ำลงมาก
     แปลงหญ้าสำหรับใช้ตัดสดโดยใช้แรงงานเก็บเกี่ยว เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็กและทำแบบปราณีต (intensive pasture, backyard) เป็นแปลงใกล้คอกสัตว์ ไว้สำหรับเกี่ยวให้ลูกวัว ให้วัวรุ่น วัวคลอดใหม่ ควรเลือกพันธุ์หญ้าที่ให้ผลผลิตสูงๆ เช่นหญ้าเนเปียร์ สามารถปลูกเป็นแถว (ระหว่าง ต้น X แถว : 1X2 เมตร) เพื่อสะดวกในการจัดการ
     แปลงหญ้าสำหรับปล่อยแทะเล็ม  ควรเลือกพันธุ์หญ้าที่ทนต่อการเหยียบย่ำหรือการแทะเล็ม เช่นหญ้ารูซี หญ้ากินนี หญ้าขน ส่วนหญ้าเนเปียร์ไม่เหมาะต่อการปล่อยแทะเล็ม แปลงหญ้าประเภทนี้ต้องควบคุมจำนวนสัตว์ ระยะเวลาในการปล่อย มิฉะนั้นแปลงหญ้าจะในผลผลิตต่ำลงเรื่อยๆ ในช่วงต่อไป หลังการปล่อยแทะเล็มจะต้องใช้เครื่องจักรตัดแต่งตอ ใส่ปุ๋ย และปิดพักแปลง
     2. สภาพของพื้นที่ ที่ดอน หรือที่ลุ่ม (น้ำขังบางช่วงเวลา)
     ที่ดอน ควรเลือกพันธุ์หญ้ารูซี่ หญ้ากินนี หญ้าเนเปียร์ หญ้าเนเปียร์ยังเหมาะกับพื้นที่ที่ชุ่มชื้น หากเป็นบริเวณใกล้คอกสัตว์ที่มีการระบายน้ำถึงแปลงหญ้า หญ้าเนเปียร์สามารถให้ผลผลิตตลอดปี
     ที่ลุ่ม ควรเลือกหญ้าขน
     3. ขนาดพื้นที่ของแปลงหญ้า ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาหาส่วนขยายพันธุ์มาใช้ เช่น หญ้าขน (ใช้ไหล) หญ้ากินนี (ใช้หน่อพันธุ์) หญ้าเนเปียร์ (ใช้ท่อนพันธุ์) หญ้าเหล่านี้เหมาะในการขยายพันธุ์ในพื้นที่ที่ไม่มากนักคือประมาณ 3-5 ไร่ หากต้องการปลูก 20-40 ไร่ การหาส่วนขยายพันธุ์ก็ยากขึ้นทั้งต้องใช้แรงงานในการปลูกมาก ดังนั้นควรเลือกพันธุ์หญ้าที่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เช่นหญ้ารูซี่ สะดวก รวดเร็ว และใช้แรงงานน้อยกว่า
     หมายเหตุ : แปลงหญ้าที่เรามีแผนที่จะปรังปรุงไถพรวนในปีถัดไป ควรปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มให้หมดหญ้า เพราะจะทำให้การไถพรวนง่ายขึ้น และการจะไถพรวนแปลงหญ้าเพื่อปรับปรุงใหม่ควรพิจารณาพื้นที่ที่ใช้ได้ทั้งหมดก่อน คือในแต่ละปีไม่ควรปรับปรุงพื้นที่เกิน 1 ใน 4 ของพื้นที่แปลงทั้งหมด เพราะจะต้องมีพื้นที่ส่วนที่เหลือสำหรับให้ผลผลิตพืชอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงสัตว์ด้วย ส่วนแปลงที่ปรับปรุงใหม่ในปีนั้นๆ ก็สามารถให้ผลผลิตเพียง 1-2 ครั้ง ก็จะเข้าสู่ฤดูแล้งที่ต้องพักแปลง

รังไข่ (Ovary)

posted on 07 Sep 2011 11:31 by anuratli  in DairyProduction
ภาพส่วนประกอบของรังไข่
     งานมอบหมายศึกษาส่วนประกอบของรังไข่ ดังภาพประกอบ
  
 
ที่มา : http://www.tarleton.edu/Departments/anatomy/ovary.html
 
ที่มา : http://news.softpedia.com/news/World-039-s-First-Whole-Ovary-Transplants-47070.shtml
 
cortex                                   ชั้นนอก
medulla                                 ชั้นใน
follicle                                     ถุงไข่
primary follicle                        ถุงไข่ระยะเริ่มแรก
secondary follicle                    ถุงไข่ระยะที่สอง
graafian follicle                        ถุงไข่เต็มวัย
corpus luteum (yellow body)  คอร์ปัสลูเทียม (เนื้อเยื่อสีเหลือง)
egg/ova/oocyte                     เซลไข่
ovulation                                การตกไข่ 
งานมอบหมายให้นักศึกษาจำชื่อระบบสืบพันธุ์โคนมเพศเมีย
      ทดสอบในวันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2554 เวลา 13.00 น. ดังภาพประกอบ
 
Rectum               ช่องทวารหนัก
Vulva                   ปากช่องคลอด
Vagina                ช่องคลอด
Cervix                 คอมดลูก 
Uterus                 มดลูก 
Uterus Horns     ปีกมดลูก
Oviduct               ท่อนำไข่
Ovary                  รังไข่
Bladder               กระเพาะปัสสาวะ
 
เครื่องตัดหญ้าสด (Forage harvester/ Crop Shopper/ Forage Shopper)
     การตัดหญ้าสดสำหรับเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มปศุสัตว์ จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกลเกษตร ที่เรียกว่าเครื่องตัดหญ้าสด (Forage harvester/ Crop Shopper/ Forage Shopper) ใช้สำหรับตัดหญ้าสดเลี้ยงสัตว์ หรือตัดหญ้าสดเพื่อทำหญ้าหมัก ซึ่งในฟาร์มวิทยาเขตสุรินทร์หรือทั่วไปใช้กัน ดูภาพวิดิโอประกอบ
เครื่องหว่านปุ๋ยวิทยาศาสตร์ (Fertilizer Spreaders)
     หลังจากการตัดหญ้าเพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์แล้ว เจ้าของฟาร์มจำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มผลผลิต ปุ๋ยอาจใช้ปุ๋ยคอก (มูลวัว) หรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์ เช่น 46-0-0 หรือ 15-15-15 แล้วแต่ความเหมาะสม การหว่านปุ๋ยวิทยาศาสตร์หากการหว่านโดยใช้แรงงานคน ความสม่ำเสมอก็น้อยและเสียเวลาในการทำงาน ในฟาร์ปศุสัตว์ทั่วไปจะใช้เครื่องมือในการหว่านที่เรียกว่า เครื่องหว่านปุ๋ยวิทยาศาสตร์ (Fertilizer Spreaders)  งานจะเสร็จรวดเร็วและการกระจายของปุ๋ยสม่ำเสมอ ซึ่งตัวเครื่องสามารถกำหนดปริมาณในการหว่านปุ๋ยได้ตามความต้องการ ดังภาพวิดิโอตัวอย่าง